26 กรกฎาคม 2451 สหรัฐอเมริกาก่อตั้ง FBI

หยุด! นี่เจ้าหน้าที่ FBI... เป็นประโยคที่ชายร่างกำยำในชุดดำปิดหน้าปิดตาถือปีนกระบอกโตกำลังพูด.... โห เท่จัง
เวลาดูหนังฝรั่งที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับ อาชญากรรม ฆาตกรรม สืบสวนสอบสวน จะต้องมีองค์กรนี้โผล่มาทุกครั้ง เอฟบีไอดูเหมือนเป็นเรื่องห่างไกลจากคนไทยมาก แต่เชื่อว่าทุกท่านน่าจะเคยได้ยิน อย่างน้อยก็คงจากหนังฝรั่งที่เราเคยดูกัน วันนี้ iENERGY GURU จะมาเล่าเรื่องราวของเอฟบีไอให้ทุกท่านทราบกัน

เอฟบีไอ (FBI) หรือ สำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Bureau of Investigation) ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคม 2451 ในชื่อ สำนักงานสอบสวนกลาง (Bureau of Investigation) ของกระทรวงยุติธรรม หรือ บีไอ (BI) ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานสอบสวนกลาง ย่อว่า เอฟบีไอ ใน พ.ศ. 2478 สำนักงานใหญ่เอฟบีไออยู่ที่อาคารเจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ ในวอชิงตัน ดี.ซี.

สำนักงานใหญ่เอฟบีไอ – ภาพจาก en.wikipedia.org

เอฟบีไอเป็นหน่วยงานด้านข่าวกรองและความมั่นคงภายในของสหรัฐ และเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในระดับกลางซึ่งปฏิบัติหน้าที่ภายในเขตอำนาจของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ อีกทั้งเป็นสมาชิกของประชาคมข่าวกรอง รายงานตรงต่อทั้งอัยการสูงสุดสหรัฐและผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ อนึ่ง เอฟบีไอยังเป็นองค์การหลักในการต่อต้านการก่อการร้าย การต่อต้านข่าวกรอง และการสืบสวนอาชญากรรม โดยมีเขตอำนาจเหนือการละเมิดกฎหมายในกลุ่มอาชญากรรมกลางกว่า 200 กลุ่ม

เคยสงสัยมั้ยว่าเอฟบีไอกับซีไอเอแตกต่างกันยังไง ซีไอเอ หรือ สำนักข่าวกรองกลาง ไม่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายแต่เน้นการรวบรวมข่าวกรองจากต่างประเทศ ขณะที่เอฟบีไอเป็นหน่วยงานภายในประเทศ ซึ่งมีสำนักงานภาคสนาม (Field Office) 58 แห่งในนครหลักทั่วสหรัฐ ทั้งสำนักงานประจำ (Resident Office) อีก 400 แห่งในนครเล็กและท้องที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ที่สำนักงานภาคสนามเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสจะทำหน้าที่เป็นผู้แทนผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติไปพร้อมกันด้วย

แม้จะเน้นเรื่องภายในประเทศ เอฟบีไอก็ยังมีเขตบริการระหว่างประเทศ (International Footprint) ที่สำคัญอยู่หนึ่งเขต ทำหน้าที่บริหารสำนักงานนิติกรทูต (Legal Attache Office) 60 แห่ง กับสำนักงานย่อย (Sub Office) อีก 15 แห่ง ซึ่งอยู่ในสถานทูตและกงสุลสหรัฐทั่วโลก สำนักงานต่างแดนเหล่านี้มีขึ้นเพื่อประสานงานกับหน่วยงานราชการด้านความมั่นคงในต่างประเทศเป็นหลัก โดยปกติจะไม่ปฏิบัติการฝ่ายเดียวภายในประเทศที่ตั้งสำนักงาน และเอฟบีไอสามารถดำเนินกิจกรรมลับในต่างประเทศ ซึ่งก็ได้ปฏิบัติในบางครั้ง ในทำนองเดียวกับที่ซีไอเอมีหน้าที่จำกัดในประเทศ กิจกรรมดังกล่าวโดยทั่วไปแล้วต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงาน

กว่าจะมาเป็นเอฟบีไอในปัจจุบันนี้ จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2439 สำนักงานการระบุตัวอาชญากรแห่งชาติ (National Burau of Criminal Identification; NCBI) ได้ถูกก่อตั้งขี้น ซึ่งมีหน้าที่ให้ข้อมูลเพื่อระบุตัวอาชญากรที่เป็นที่รู้จักแก่หน่วยงานทั่วประเทศ จนกระทั่งมีการลอบสังหารประธานาธิบดี วิลเลียม แมกคินลีย์ (William McKinley) ในปี พ.ศ. 2444 ทำให้พวกเขารู้โดยทันทีว่าอเมริกาอยู่ภายใต้การคุกคามจากผู้นิยมอณาธิปไตย แม้กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงแรงงานสหรัฐจะได้จัดเก็บข้อมูลของผู้นิยมอณาธิปไตยมาเป็นปีแล้ว แต่ประธานาธิบดี ธีโอดอร์ รูสเวลต์ (Theodore Roosevelt) ต้องการอำนาจในการสังเกตการณ์พวกเขามากกว่าเดิม

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้รับหน้าที่ให้ดูแลกฎระเบียบการค้าระหว่างรัฐตั้งแต่ปี พ.ศ. 2430 แม้จะขาดแคลนบุคลากรก็ตาม ทำให้เกิดมีความพยายามจะบรรเทาปัญหาการขาดแคลนบุคลากรขึ้น จนกระทั่งมีเรื่องอื้อฉาวการโกงที่ดินในรัฐออริกอน ประธานาธิบดีรูสเวลต์ได้สั่งให้อัยการสูงสุดชาร์ลส์ โจเซฟ โบนาปาร์ต (Charles Joseph Bonaparte) จัดตั้งหน่วยงานราชการด้านการสืบสวนอย่างอิสระซึ่งจะรายงานต่ออัยการสูงสุดเท่านั้น

อัยการสูงสุดชาร์ลส์ โจเซฟ โบนาปาร์ต – ภาพจาก en.wikipedia.org

อัยการสูงสุดโบนาปาร์ตได้ยืมมือจากหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงหน่วยราชการลับ (U.S. Secret Service: USSS) ในเรื่องกำลังพลหรือก็คือพนักงานสืบสวนนั่นเอง ในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2451 รัฐสภาสหรัฐห้ามไม่ให้กระทรวงยุติธรรมใช้บุคลากรจากกระทรวงการคลัง โดยอ้างว่าพวกเขาเกรงว่าหน่วยงานใหม่จะกลายเป็นกรมตำรวจลับ ประธานาธิบดีรูสเวลต์จึงให้อัยการสูงสุดโบนาปาร์ตได้ย้ายไปจัดตั้งสำนักงานสอบสวนอย่างเป็นทางการ ซึ่งภายหลังก็ได้มีเจ้าหน้าพิเศษ (Special Agents) เป็นของตนเอง

สำนักงานสอบสวนจึงถูกก่อตั้งขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2451 อัยการสูงสุดโบนาปาร์ตได้ใช้กองทุนค่าใช้จ่ายของกระทรวงยุติธรรมจ้างคน 34 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์บางคนของหน่วยราชการลับ เพื่อทำงานในหน่วยงานสืบสวนสอบสวนแห่งใหม่ อธิบดีคนแรกของหน่วยงาน (ปัจจุบันรู้จักในนามผู้อำนวยการ) คือ สแตนลีย์ ฟินช์ (Stanley W. Finch) อัยการสูงสุดโบนาปาร์ตจึงรายงานต่อรัฐสภาสหรัฐถึงเรื่องนี้ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2451
หน้าที่แรกอย่างเป็นทางการของสำนักงานคือทำการสำรวจย่านค้าประเวณี เพื่อเตรียมตัวในการบังคับใช้รัฐบัญญัติแมนน์ (Mann Act) ที่ได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายไปเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2453 และในปี พ.ศ. 2475 สำนักงานได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานสอบสวนแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Bureau of Investigation)

ต่อมา พ.ศ. 2476 สำนักงานสอบสวนก็ได้ถูกรวมเข้ากับสำนักงานสิ่งของต้องห้าม (Bureau of Prohibition) และได้ชื่อใหม่ว่าแผนกสอบสวนย่อว่า ดีโอไอ (Division of Investigation: DOI) ก่อนจะมาเป็นหน่วยงานราชการอิสระภายใต้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐในปี พ.ศ. 2478 และในปีเดียวกันชื่อก็ได้ถูกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการโดยเจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ (J. Edgar Hoover) กลายเป็นชื่อเดียวกันกับปัจจุบันคือ สำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Bureau of Investigation: FBI)

 

เจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ – ภาพจาก www.indozone.id

เอฟบีไอมีหน่วยรวบรวมรูปพรรณบุคคล (Identification Division) และได้ตั้งระบบรายงานอาชญากรรม (Criminal Report System) ซึ่งเน้นการนำหลักวิทยาศาสตร์ มาใช้ในการสืบสวน สอบสวน และหาพยานหลักฐาน นอกจากนั้น ยังมีห้องปฏิบัติการทางด้านเคมีเพื่อใช้ในการพิสูจน์หลักฐานประกอบการสืบสวนอีกด้วย

ต่อมา ขอบเขตอำนาจของเอฟบีไอได้ขยายมากขึ้นตามความซับซ้อนและความเจริญก้าวหน้าของโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อผู้ก่อการร้ายมีวิธีการใหม่ๆ ในการก่อความไม่สงบ เอฟบีไอก็ต้องพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง จึงนับว่าเป็นองค์กรที่ต้องเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อความสงบสุขของประชาชนสหรัฐอเมริกา

 

เรียบเรียงโดย ศุภธาดา ทีมงาน iEnergyGuru

อ้างอิง
www.fbi.gov
en.wikipedia.org/wiki/Federal_Bureau_of_Investigation
th.wikipedia.org/wiki/สำนักงานสอบสวนกลาง
www.lib.ru.ac.th/miscell2/?p=1207
www.komchadluek.net/today-in-history/381068

1 Review

5

Write a Review

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *