• Link to Facebook
  • Link to X
  • Link to Youtube
  • Link to Behance
  • Contact
  • Ad-information
iEnergyGuru
  • Home
  • iNews
    • ข่าวเทคโนโลยีพลังงาน
    • ข่าวพลังงานทดแทน
    • ข่าวอนุรักษ์พลังงาน
    • ข่าวด้านสิ่งแวดล้อม
    • ข่าวนวัตกรรมและเทคโนโลยี
    • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • iKnow
    • ข้อมูลพลังงาน
      • อัตราค่าไฟฟ้า : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
      • อัตราค่าไฟฟ้า : การไฟฟ้านครหลวง
      • อัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft)
    • A Global Map
    • Energy Infographics
    • วันสำคัญ
    • สารานุกรมศัพท์พลังงาน
    • บุคคลสำคัญด้านเทคโนโลยี
    • เอกสารเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
    • กฏหมายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
  • iContent
    • Renewable Energy
      • ชีวมวลและพลังงานชีวภาพ (Biomass and Bioenergy)
      • พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal Energy)
      • พลังงานน้ำ (Hydro Power)
      • พลังงานมหาสมุทร (Ocean Energy)
      • พลังงานลม (Wind Energy)
      • พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy)
      • เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels)
    • Fossil Energy
      • ปิโตรเลียม
      • ก๊าซธรรมชาติ
      • ถ่านหิน
    • Emerging & Alternative Energy
      • พลังงานไฮโดรเจน (Hydrogen Energy)
      • Fusion Energy & Nuclear Technology
      • พลังงานจากของเสีย (Waste-to-Energy)
      • กระบวนการเลียนแบบการสังเคราะห์แสง (Artificial Photosynthesis)
    • Energy Conservation
      • พลังงานไฟฟ้า
        • Air compressor
        • Refrigeration & Air Condition
        • Motor
        • Lighting
        • Electric Power System
        • Pump & Fan
        • Heater
      • พลังงานความร้อน
        • Thermal Theory
        • Boiler
        • Furnace
        • Dryer & Oven
        • Condenser & Evaporator
      • เทคโนโลยีเชิงลึก
      • วัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน
      • เครื่องมือวัดด้านพลังงาน
    • Industrial Management & Standard
      • ISO 50001
        • ความต้องการของมาตรฐาน ISO 50001
        • ขั้นตอนการดำเนินการตามมาตรฐาน ISO 50001
        • การตรวจสอบรับรอง ISO 50001
        • กรณีศึกษา ISO 50001
      • การจัดการพลังงานตามกฎหมาย
        • กฎหมายด้านพลังงาน
      • การจัดการอุตสาหกรรม
  • iChannel
    • ISO 50001
    • Energy Management Systems
    • Energy Conservation Video
    • Renewable Energy Video
    • The Earth Awareness
    • iEnergyGuru
  • Click to open the search input field Click to open the search input field Search
  • Menu Menu

หลักการทำความร้อนด้วยไฟฟ้า (Principle of Electric Heating)

Facebook0Tweet0

หลักการทำความร้อนด้วยไฟฟ้า

(Principle of Electric Heating)

ในภาคอุตสาหกรรมมีการใช้พลังงานไฟฟ้าในการทำความร้อนในกระบวนการผลิตอย่างมากมาย เรามาเริ่มทำความรู้จักกับหลักการทำความร้อนด้วยไฟฟ้าในเบื้องต้นกันก่อน

คุณสมบัติพิเศษของการนำพลังงานไฟฟ้า


คุณสมบัติพิเศษของการนำพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในการให้ความร้อนด้วยไฟฟ้า โดยทั่วไปมีดังต่อไปนี้

(1) เป็นวิธีให้ความร้อนที่ไม่เกิดมลพิษ มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี

วิธีนี้ต้องการพลังงานเพียงสำหรับให้ความร้อนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยพื้นฐานแล้วจึงเป็นวิธีให้ความร้อนที่สะอาด ไม่เกิดการปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม และสภาพแวดล้อมในการทำงานจะสะอาด

(2) บังคับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้สะดวก มีความปลอดภัยสูง

สามารถเริ่มและหยุดให้ความร้อนได้ด้วยการเปิด-ปิดสวิตช์เท่านั้น จึงสะดวกในการบำรุงรักษาและรักษาความปลอดภัย

(3) ทำการควบคุมได้สะดวก

ระบบให้ความร้อนทั้งหมดรวมทั้งภาระให้ความร้อนประกอบด้วยระบบไฟฟ้าทั้งสิ้น  โดยทั่วไปความเฉื่อยความร้อนจึงมีค่าน้อย มีความเที่ยงตรงในการควบคุมสูง เหมาะกับการควบคุมอัตโนมัติและการควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์

 

ที่กล่าวไปแล้วข้างต้นเป็นคุณสมบัติพิเศษโดยทั่วไปของการใช้ประโยชน์จากพลังงานไฟฟ้า  ส่วนคุณสมบัติพิเศษที่สำคัญในแง่ของหน้าที่การทำงานในการให้ความร้อนไฟฟ้าจะมีดังต่อไปนี้

 

  • สามารถเลือกใช้วิธีให้ความร้อนที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับความต้องการในการให้ความร้อนได้

สามารถเลือกแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การใช้งานได้ เช่น แปลงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สนามแม่เหล็กไฟฟ้า พลาสมา ฯลฯ จึงสามารถทำให้กระบวนการให้ความร้อนมีประสิทธิภาพสูงได้

 

  • สามารถบีบรวมพลังงานป้อนให้แก่ตำแหน่งที่ต้องการให้ความร้อนบนวัตถุเป้าหมายได้

การบีบรวมพลังงานให้ความร้อนป้อนให้แก่ตำแหน่งที่ต้องการ ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงพลังงานสูญเสียที่ไม่จำเป็นได้    จึงมีประสิทธิภาพการถ่ายเทพลังงานสูง และสามารถป้องกันผลกระทบของความร้อนที่ไม่พึงประสงค์ต่อวัตถุเป้าหมายได้

 

  • สามารถให้ความร้อนแก่วัตถุเป้าหมายจากภายใน

วิธีให้ความร้อนในอดีตเกือบทั้งหมดจะเป็นการให้ความร้อนแก่วัตถุจากภายนอก การถ่ายเทความร้อนเข้าไปภายใน จะอาศัยการนำความร้อน จึงต้องใช้เวลานานในการให้ความร้อน อย่างไรก็ตาม ด้วยการนำสนามแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามาใช้ประโยชน์ จะสามารถให้ความร้อนแก่ภายในวัตถุได้โดยตรง จึงสามารถลดเวลาในการให้ความร้อนได้อย่างมาก รวมทั้งประสิทธิภาพของการให้ความร้อนยังสูงขึ้นอีกด้วย

 

  • สามารถป้อนพลังงานที่มีความหนาแน่นสูงได้ และสามารถให้ความร้อนด้วยอุณหภูมิสูงได้

สามารถให้ความร้อนด้วยอุณหภูมิสูงมากตั้งแต่ 10,000K ขึ้นไปด้วยการใช้พลาสมาจากการอาร์ก สนามแม่เหล็กไฟฟ้า ลำแสงอิเล็กตรอน แสงเลเซอร์ ฯลฯ หรือด้วยความหนาแน่นพลังงานสูงมาก  (107-109W/cm2)  จึงเกิดการพัฒนาประยุกต์สาขาใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น การหลอมวัสดุ การแปรรูปด้วยความร้อน การเชื่อม เป็นต้น

 

  • ควบคุมสภาวะบรรยากาศได้สะดวก

สามารถควบคุมสภาวะบรรยากาศให้เหมาะสมในเตาความต้านทาน ฯลฯ ด้วยการควบคุมอุณหภูมิที่มีความเที่ยงตรงสูง จึงสามารถให้ความร้อนแก่โลหะอย่างมีคุณภาพสูง นอกจากนั้นในอุปกรณ์ให้ความร้อนประเภทต่างๆ ยังสามารถหลอมและแปรรูปด้วยการให้ความร้อนแก่โลหะที่มีความบริสุทธิ์สูงด้วยการทำให้ภาชนะเป็นสูญญากาศ (ความดันต่ำ) อีกด้วย

 

2. การคำนวณการถ่ายเทความร้อน


พลังงานในรูปความร้อนจะถ่ายเทจากวัตถุที่มีอุณหภูมิสูงไปยังวัตถุที่มีอุณหภูมิต่ำเสมอ ปรากฏการณ์นี้โดยทั่วไปเรียกว่า การถ่ายเทความร้อน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 แบบคือ การนำความร้อน การพาความร้อน และการแผ่รังสี

 

(1)   การนำความร้อน

เมื่อในวัตถุชิ้นหนึ่งมีผลต่างอุณหภูมิ θ ความร้อนจะถ่ายเทจากด้านที่มีอุณหภูมิ (T) สูงไปยังต่ำ และปริมาณความร้อนที่ถ่ายเทตามทิศทาง x ผ่านพื้นที่หน้าตัดหนึ่งหน่วยต่อหนึ่งหน่วยเวลา หรือเส้นแรงกระแสความร้อน q จะเท่ากับ

1 (1)

โดยในที่นี้ λ เป็นสัมประสิทธิ์การนำความร้อนของวัตถุ กรณีที่ภายในวัตถุไม่มีการกำเนิดความร้อน และการนำความร้อนอยู่ในสภาวะคงที่ ปริมาณความร้อนที่ถ่ายเทภายในผนังเรียบผิวขนานต่อหนึ่งหน่วยเวลา หรือกระแสความร้อน Q จะเท่ากับ

1 (2)

ในที่นี้สัญลักษณ์ S แสดงพื้นที่หน้าตัดของผนัง สัญลักษณ์ ℓ แสดงความยาว สัญลักษณ์ θ แสดงผลต่างอุณหภูมิระหว่างทั้งสองด้าน การนำความร้อนกับการนำไฟฟ้ามีสมการคล้ายคลึงกัน หากเขียนสูตรข้างต้นใหม่ว่า

1 (3)

แล้วพิจารณาว่าผลต่างอุณหภูมิเทียบเท่ากับแรงดันไฟฟ้า และกระแสความร้อนเทียบเท่ากับกระแสไฟฟ้าแล้ว จะสามารถนำการคำนวณวงจรไฟฟ้าไปประยุกต์ใช้กับการคำนวณความร้อนได้ กล่าวคือ หากพิจารณาว่า ℓ / (λS) เทียบเท่ากับความต้านทานไฟฟ้าแล้ว สูตรข้างต้นจะมีรูปเหมือนกับกฎของโอห์มในวงจรไฟฟ้านั่นเอง สูตรนี้เรียกว่ากฎความร้อนของโอห์ม และค่า ℓ / (λS) เรียกว่า ความต้านทานความร้อน

กรณีที่คำนวณการนำความร้อนของผนังเรียบผิวขนานหลายชั้น เช่น วัสดุทนไฟ ฉนวนความร้อน เฟรม ฯลฯ จะสามารถคำนวณได้ในทำนองเดียวกับการคำนวณวงจรไฟฟ้าที่มีความต้านทานไฟฟ้าหลายๆ ตัวต่ออนุกรมกัน กล่าวคือความต้านทานความร้อน R ของผนังเรียบผิวขนาน n ชั้นจะเท่ากับ

1 (4)

ถ้าให้ผลต่างอุณหภูมิระหว่างพื้นผิวผนังทั้งสองด้านเท่ากับ Δθ แล้ว ปริมาณความร้อน Q ที่ถ่ายเทผ่านผนังเรียบผิวขนาน   หลายชั้นนี้จะเท่ากับ

1 (5)

(2)    การพาความร้อน

กรณีที่มีผลต่างอุณหภูมิระหว่างพื้นผิวของของแข็งที่วางอยู่ในกระแสของอากาศ น้ำ ฯลฯ กับของไหลนี้ จะเกิดการถ่ายเทความร้อนระหว่างทั้งสอง การถ่ายเทความร้อนนี้ เรียกว่า การพาความร้อน ซึ่งแบ่งได้เป็นการพาความร้อนตามธรรมชาติซึ่งกระแสจะเกิดการไหลขึ้นจากแรงลอยตัว กับการพาความร้อนด้วยการบังคับซึ่งเกิดขึ้นด้วยกำลังจากภายนอก

ถ้าให้กระแสความร้อนจากการพาความร้อนระหว่างของแข็งกับของไหลเท่ากับ Q กรณีที่ผลต่างอุณหภูมิมีค่าน้อย จะได้ความสัมพันธ์โดยประมาณดังต่อไปนี้

1 (6)

โดยในที่นี้ค่า h เรียกว่า สัมประสิทธิ์การพาความร้อน ซึ่งจะมีค่าขึ้นอยู่กับคุณสมบัติเฉพาะตัวของของไหลกับความเร็วกระแสเป็นหลัก นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับอุณหภูมิอีกด้วย ค่า 1/h เรียกว่าอัตราความต้านทาน  ความร้อนของพื้นผิว ซึ่งเทียบเท่ากับ  ความต้านทานของพื้นผิวต่อพื้นที่หนึ่งหน่วยในกรณีของไฟฟ้า ค่า θ1 เป็นอุณหภูมิของพื้นผิวค่า θ2 เป็นอุณหภูมิของของไหลที่อยู่ห่างจากชั้นรอยต่อ ค่า S เป็นพื้นที่ผิวของของแข็ง

 

(3)  การแผ่รังสี

วัตถุจะมีการแผ่พลังงานออกมาในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากพื้นผิวโดยการแผ่รังสีจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและอุณหภูมิของวัตถุนั้น นอกจากนี้ เมื่อวัตถุได้รับรังสี รังสีส่วนหนึ่งจะสะท้อนออกไป

ส่วนหนึ่งจะถูกดูดกลืนไว้ ที่เหลือจะทะลุผ่านไป ถ้าสัดส่วนของรังสีที่สะท้อน ดูดกลืน และทะลุผ่านแทนด้วย ρ, α และ τ ตามลำดับแล้ว ρ + α + τ = 1

สมมติว่ามีวัตถุในอุดมคติซึ่งจะดูดกลืนพลังงานที่มาตกกระทบทั้งหมด (α = 1) วัตถุนี้เรียกว่า วัตถุดำพลังงานของการแผ่รังสีจากวัตถุที่เป็นแหล่งความร้อนจะประกอบด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นต่างๆ กัน ความหนาแน่นพลังงานการแผ่รังสีรวม

Eb (Total Radiant Energy Density หรือ Total Radiant Exitance) ของทุกความยาวคลื่นของวัตถุดำที่มีอุณหภูมิ T [K] จะคำนวณได้ตามสูตรต่อไปนี้

1 (7)

 

Radiant Exitance ของวัตถุทั่วไปจะมีค่าน้อยกว่าวัตถุดำ หากให้มีค่าเท่ากับ E แล้วจากสูตรข้างต้นจะได้ความสัมพันธ์ดังต่อไปนี้

1 (8)

ค่า εt เป็นค่าที่แสดงอัตราส่วนของพลังงานการแผ่รังสีของวัตถุทั่วไปต่อการแผ่รังสีของวัตถุดำ เรียกว่า Total Emissivity ของวัตถุ (โดยทั่วไปจะเรียกว่า Emissivity เฉยๆ) อนึ่ง ที่อุณหภูมิคงที่ค่าหนึ่งๆ Emissivity ของวัตถุจะมีค่าเท่ากับอัตราการดูดกลืนรังสีของวัตถุนั้น ตัวอย่างค่า Total Emissivity ของวัตถุต่างๆ

อนึ่ง Radiant Exitance ของวัตถุทั่วไปที่ความยาวคลื่นใดๆ ก็จะมีค่าน้อยกว่าของวัตถุดำเสมอ ถ้าให้ Radiant Exitance ที่ความยาวคลื่นต่างๆ เท่ากับ E(λ) แล้ว จะได้ความสัมพันธ์ดังต่อไปนี้ในทำนองเดียวกับข้างต้น

1 (9)

ค่า ελ เรียกว่า Spectral Emissivity ซึ่งเป็นค่าที่สำคัญในการระบุคุณลักษณะการแผ่-ดูดกลืนรังสีความยาวคลื่นต่างๆ ของวัตถุ

 

          (4) ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณในระบบความร้อนกับระบบไฟฟ้า

ปรากฏการณ์การถ่ายเทความร้อนกับการนำไฟฟ้ามีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ด้วยการพิจารณาปริมาณต่างๆ ในระบบความร้อนให้เทียบเท่ากับปริมาณต่างๆ ในระบบไฟฟ้า โดยมากแล้วจะทำให้สามารถพิจารณาปรากฏการณ์การถ่ายเทความร้อนได้เหมือนกับเป็นวงจรไฟฟ้า ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณต่างๆ ในระบบความร้อนกับปริมาณต่างๆ ในระบบไฟฟ้าแสดงไว้ในตารางที่ 2

 

3. ตัวอย่างการคำนวณการถ่ายเทความร้อน


ในอุปกรณ์ในทางปฏิบัติ เช่น ผนังเตาของเตาให้ความร้อน เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน ฯลฯ การถ่ายเทความร้อนหลักจะเกิดจากการนำความร้อนภายในของแข็งกับการพาความร้อนระหว่างพื้นผิวผนังของแข็งกับของไหลเป็นหลัก (ในกรณีนี้จะเรียกว่า Overall Heat Transfer หรือ Over Heat Transmission) ต่อไปนี้จะลองคำนวณความร้อนสูญเสียของเตาให้ความร้อนเป็นตัวอย่าง รูป 1 (a) และ (b) แสดงตัวอย่างโครงสร้างของผนังเตาให้ความร้อนแบบดั้งเดิมกับแบบอนุรักษ์พลังงานโดยใช้ไฟเบอร์เซรามิก

ถ้าให้สัมประสิทธิ์การนำความร้อน λ ของวัสดุที่ใช้ทำผนังเตาและสัมประสิทธิ์การพาความร้อน h จากพื้นผิวผนังเตาด้านนอกออกไปยังอากาศภายนอกมีค่าเท่ากับในรูปที่1 สำหรับเตาในรูปที่1 (a) ปริมาณความร้อนที่ถ่ายเท q ต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ [m2] ต่อหนึ่งหน่วยเวลา [h] จากผนังในเตาผ่านวัสถุทำตัวเตาออกไปยังอากาศภายนอกในสภาพคงที่ในเชิงความร้อน จะสามารถคำนวณได้จากสูตรต่อไปนี้

ตารางที่ 1 ตัวอย่าง Total Emissivity (Emissivity) ของวัสดุชนิดต่างๆ

ชื่อวัสดุ สภาพพื้นผิว ช่วงอุณหภูมิเป้าหมาย [°C] total emissivity
อลูมิเนียม 200-600 0.039-0.057
อลูมิเนียม ชั้นออกไซด์ ” 0.11-0.31
เบอริลเลียม 100-1000 0.61
โครเมียม ” 0.08-0.36
ทองแดง 100-500 0.018-0.072
ทองแดง ชั้นออกไซด์ 200-600 0.57
ทองคำ 200-700 0.018-0.035
เหล็ก ชั้นออกไซด์ 200-1000 0.64-0.95
โมลิบดินัม filament 700-2500 0.096-0.292
ทองคำขาว ” 100-1500 0.036-0.192
ทังสเตน ” 1000-2500 0.30-0.39
nichrome ชั้นออกไซด์ 100-1000 0.95-0.95
คาร์บอน 1500-3000 0.78-0.84
Al2O3 100-2000 0.39-0.78
SiO2 800 0.83
soda glass 100-600 0.84

 

ตารางที่ 2 ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณต่างๆ ในระบบความร้อนกับปริมาณต่างๆ ในระบบไฟฟ้าความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณต่างๆ ในระบบความร้อนกับปริมาณต่างๆ ในระบบไฟฟ้า
1 (10)

ในที่นี้สัญลักษณ์ θA แทนอุณหภูมิของผนังภายในเตา สัญลักษณ์ θ0 แทนอุณหภูมิของอากาศภายนอก สัญลักษณ์ ℓ1, ℓ2, ... แสดงความหนาของวัสดุทำผนังเตาแต่ละชั้น

ดังนั้น ถ้าให้ θA= 900°C   และ  θ0 = 25°C แล้ว ปริมาณความร้อนที่ถ่ายเท q จะเท่ากับสำหรับเตา (ก)

หลักการทำความร้อนด้วยไฟฟ้า (Principle of Electric Heating)

รูปที่ 1 ตัวอย่างโครงสร้างของผนังเตาให้ความร้อนแบบดั้งเดิมกับแบบอนุรักษ์พลังงาน

 

ในทำนองเดียวกันสำหรับเตา (b)

1 (11)1 (12)

จากข้างต้นจะเห็นว่า เตา (ข) สามารถทำให้ผนังเตาบางได้ และความร้อนสูญเสียยังลดลงอีกด้วยความจุความร้อน (ปริมาณความร้อนสะสม) H

ต่อผนังเตา 1 m2 จะคำนวณได้ดังสูตรต่อไปนี้

1 (13)

1 (14)

 

ปริมาณความร้อนสะสมของผนังเตา

สำหรับรูป 1 (b) ก็คำนวณได้ในทำนองเดียวกัน ผลลัพธ์จากการทดลองคำนวณ (รายละเอียดจะไม่อธิบาย) พบว่าเตาแบบปรับปรุง (b) จะมีปริมาณความร้อนสะสมน้อยกว่า (a) ถึง 30%

ตัวอย่างข้างต้นแสดงให้เห็นว่าการใช้วัสดุที่มีคุณลักษณะฉนวนความร้อนที่ดี เช่น
ไฟเบอร์เซรามิก ส่วนมากจะทำให้ลดความร้อนสูญเสียของเตาได้มากและทำให้เตามีคุณลักษณะดีขึ้นอีกด้วย

 


ที่มา : คู่มือการฝึกอบรมผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโส. กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน

ienergyguru.com

หลักการทำความร้อนด้วยไฟฟ้า

(Principle of Electric Heating)

3 Reviews

1
5
1

Write a Review

https://i0.wp.com/ienergyguru.com/wp-content/uploads/2015/11/IMG_1788.png?fit=800%2C800&ssl=1 800 800 iEnergyGuru. https://ienergyguru.com/wp-content/uploads/2015/07/logo-.png iEnergyGuru.2015-11-08 14:37:212019-01-07 14:22:25หลักการทำความร้อนด้วยไฟฟ้า (Principle of Electric Heating)
0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Follow us on Facebook

Newsletter

Subscribe Newsletter อัพเดทข่าวสาร สิทธิพิเศษเพื่อคุณ

Subscribe Now

Latest News & Articles

  • กระบวนการประเมินและทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ตามมาตรฐานสากลมกราคม 30, 2026 - 10:00 am
  • CFO คือก้าวแรกสู่ Net Zero “ทำความรู้จักคาร์บอนฟุตพริ้นท์: รอยเท้าเล็กๆ ที่ส่งผลกระทบยิ่งใหญ่ต่อโลก”มกราคม 27, 2026 - 11:00 am
  • ไม่ใช่แค่ผ้าขนหนู! 6 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “โรงแรมสีเขียว” มาตรฐานไทยธันวาคม 23, 2025 - 9:35 am
  • เทคโนโลยีเพื่อการลดต้นทุนสำหรับหม้อไอน้ำที่ใช้เชื้อเพลิงไม้สับ
    เทคโนโลยีเพื่อการลดต้นทุนสำหรับหม้อไอน้ำที่ใช้เชื้อเพลิงไม้สับธันวาคม 19, 2025 - 12:25 pm

Free Training Zone

  • โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) กลุ่มภาคตะวันออกตอนล่างพฤษภาคม 15, 2020 - 1:55 pm
  • เชิญร่วมฟังเสวนาในหัวข้อ “กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในการพัฒนาระบบการจัดการพลังงานสู่มาตรฐานสากล ISO 50001”กรกฎาคม 24, 2018 - 9:26 pm
  • โครงการส่งเสริมระบบการจัดการพลังงานในระดับสากล (ISO 50001)พฤษภาคม 15, 2017 - 10:24 am
  • Contact
  • นโยบายคุกกี้
  • นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล
© Copyright 2015 - iEnergyGuru
  • Link to Facebook
  • Link to X
  • Link to Youtube
  • Link to Behance
Scroll to top Scroll to top Scroll to top
เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้(cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคล นำเสนอประสบการณ์ในการใช้เว็บไซต์ที่ดีที่สุดและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ท่าน การใช้งานเว็บไซต์นี้ถือเป็นการยินยอมให้เราจัดเก็บและใช้คุกกี้ของท่าน ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายคุกกี้ของเราได้
นโยบายคุกกี้ | นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าคุกกี้ยอมรับ
Manage consent

Privacy Overview

This website uses cookies to improve your experience while you navigate through the website. Out of these, the cookies that are categorized as necessary are stored on your browser as they are essential for the working of basic functionalities of the website. We also use third-party cookies that help us analyze and understand how you use this website. These cookies will be stored in your browser only with your consent. You also have the option to opt-out of these cookies. But opting out of some of these cookies may affect your browsing experience.
Necessary
Always Enabled
Necessary cookies are absolutely essential for the website to function properly. These cookies ensure basic functionalities and security features of the website, anonymously.
CookieDurationDescription
cookielawinfo-checkbox-analytics11 monthsThis cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Analytics".
cookielawinfo-checkbox-functional11 monthsThe cookie is set by GDPR cookie consent to record the user consent for the cookies in the category "Functional".
cookielawinfo-checkbox-necessary11 monthsThis cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookies is used to store the user consent for the cookies in the category "Necessary".
cookielawinfo-checkbox-others11 monthsThis cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Other.
cookielawinfo-checkbox-performance11 monthsThis cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Performance".
viewed_cookie_policy11 monthsThe cookie is set by the GDPR Cookie Consent plugin and is used to store whether or not user has consented to the use of cookies. It does not store any personal data.
Functional
Functional cookies help to perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collect feedbacks, and other third-party features.
Performance
Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.
Analytics
Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.
Advertisement
Advertisement cookies are used to provide visitors with relevant ads and marketing campaigns. These cookies track visitors across websites and collect information to provide customized ads.
Others
Other uncategorized cookies are those that are being analyzed and have not been classified into a category as yet.
SAVE & ACCEPT