โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาคอุตสาหกรรม 

"Energy Point"

 

Energy Point

 

โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาคอุตสาหกรรม "Energy Point"

เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อส่งสริมการประหยัดพลังงานไฟฟ้าใน SME ในยุคที่เศรษฐกิจกำลังค่อยๆขยับฟื้นตัวเช่นนี้ การบริหารกิจการขนาดกลางและเล็ก (SME) จำเป็นต้องคำนึงถึง "ต้นทุนการผลิต" เป็นสำคัญ หนทางหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิต คือการใช้พลังงานทุกประเภทอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ

การประหยัดพลังงาน ของกิจการ SME หมายถึงการลดใช้พลังงานลงโดยการจัดการใช้พลังงานให้เหมาะสมเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด โดยไม่ทำให้กระบวนการผลิตลดลงและไม่ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์/การให้บริการเปลี่ยนแปลง และส่วนใหญ่พลังงานที่ SME มักใช้คือ ไฟฟ้า

จำเป็นแค่ไหนต้องประหยัดไฟฟ้า?? ไฟฟ้าเป็นพลังงานที่มีความจำเป็นและการใช้ในการผลิตของทุกกิจการ ความจำเป็น และความสำคัญของการประหยัดพลังงานไฟฟ้า จึงไม่ใช่เพียงแต่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SME เพียงเท่านั้นแต่ ยังเป็นความจำเป็นและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยในปัจจุบัน ยังต้องพึ่งเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเสียเป็นส่วนใหญ่และมีแนวโน้มว่าการจะกระจายความเสี่ยงไปใช้เชื้อเพลิงอื่น ยังยากอยู่ จึงอาจจำเป็นที่ต้องมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติในรูป LNG เพิ่มมากขึ้นตามปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี (พีคไฟฟ้า) ดังจะเห็นได้จากสถานการณ์พลังงานล่าสุดในปี 2558 ที่พีคไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 2,000 MW ต่อปีไปเรียบร้อยแล้ว อยากจะประหยัดไฟฟ้า ควรจะมีขั้นตอนดำเนินการอย่างไรกระทรวงพลังงานได้เสนอแนะว่าการประหยัดพลังงานในทุกกิจการ ควรมีการดำเนินเป็นขั้นตอนโดยเริ่มจากเทคโนโลยีที่ง่ายที่สุด และใช้เงินลงทุนน้อยที่สุดไปจนถึงงานที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง และเงินลงทุนมาก แม้ว่าภาครัฐอาจเข้ามาช่วยบ้างในขั้นตอนท้ายๆ แต่ขอให้ดำเนินการตามลำดับได้แก่
1. การบำรุงรักษาและการดูแลเบื้องต้น (House Keeping) การประหยัดไฟฟ้าโดยวิธีนี้ เป็นการปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า เช่น การปิดไฟ การตั้งอุณหภูมิแอร์ หรือมาตรการการกำหนดให้มีกรรมวิธีดูแลรักษาที่ถูกต้อง เช่นการล้างแอร์เป็นประจำ 2 ครั้งต่อปี ซึ่งวิธีเหล่านี้โดยมากแล้วจะไม่มีค่าใช้จ่าย หรือเป็นมาตรการที่มีค่าใช้จ่ายน้อยมาก โดยมีระยะคืนทุนสั้นๆ คือน้อยกว่า 4 เดือน
2. การปรับปรุงขบวนการเดิม (Process Improvement) เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือทำให้การสูญเสียต่างๆ ลดน้อยลง ซึ่งจะต้องอาศัยการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด(Enetgy Audit) โดยทั่วไปมาตรการนี้จะต้องการเงินลงทุนปานกลาง โดยมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 1 ปี
3. การเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ (Major Change Equipment) เมื่อการตรวจวิเคราะห์ขั้นต้นชี้ให้เห็นว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มาก โดยการเปลี่ยนหรือเพิ่มอุปกรณ์ ทั้งนี้จะต้องมีการประเมินผลตอบแทนทางการเงินที่ได้จากการดำเนินการมาตรการดังกล่าว ถ้าพบว่ามีความสอดคล้องเข้ากับเกณฑ์การลงทุนของฝ่ายบริหาร(เจ้าของ SME) ก็จะเสนอขอความเห็นชอบ มาตรการนี้จะต้องมีการลงทุนสูงโดยมีระยะเวลาคืนทุน 1-3 ปี แต่ภาครัฐมักจะเข้ามาช่วยเป็นครั้งคราว

ในช่วงนี้เช่นกัน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ) ร่วม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท) มีมาตรการมาช่วย SME ในข้อ 3 นี้ ภายใต้โครงการใหม่ชื่อว่า Energy Point ซึ่งเป็นมาตรการสร้างแรงจูงใจแบบใหม่ ซึ่งหาก SME สามารถทำสำเร็จ (ง่าย มากๆ ขอบอก) พร้อมกับการมีความตั้งใจที่เต็มเปี่ยม ก็สามารถรับสิทธิพิเศษสูงสุดในการรับการสนับสนุน "เงินลงทุนบางส่วน" 30% ไม่เกิน 300,000บาท/แห่ง

  • เปิดรับสมัครผู้ประกอบการร่วมสะสมพร้อมกันทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 -17 ตุลาคม 2559
  • ระยะเวลาแลกสิทธิประโยชน์ สะสมครบ 3 Points แลกรับสิทธิ์ ได้ทันทีตั้งแต่ วันที่ 1 กันยายน 2559 – วันที่ 31 มกราคม 2560 หรือจนกว่าเงินสนับสนุนภายใต้โครงการจะหมด

อยากเชิญชวน-SME-ที่มีหัวใจรักษ์โลกและอยากประหยัดพลังงาน ลองนำคำแนะนำในข้อ 1-3 ไปปฏิบัติ และถ้ามีความมุ่งมั่นสูงที่จะพิชิตเป้าหมายในการลดต้นทุน สามารถเข้าร่วมในโครงการ Energy Point ดำเนินการโดย สอท. สนับสนุนโดย สนพ. ได้ครับ โครงการจะเรื่ม 28 กค 59 นี้ครับ

 

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

http://www.iie.or.th/iie2016/activity_event_detail.php?activity_id=143

หรือ

http://iie.or.th/iie2016/preserve_detail.php?preserve_id=75

ประกาศลิขสิทธิ์ของ iEnergyGuru

Advertisements
0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *